เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
die Milch's blog – die Milch
[OS] | Peep at you, peep at me : Denis x Digne or Digne x Denis
  • One shot : Peep at you, peep at me

    Pairing : Lucas Digne x DenisSuárez or Denis Suárez x Lucas Digne

    Note : Alternative Universe


    “อีกนิดเดียว ฉันว่านายจะได้กลายเป็นพวกโรคจิตแล้วล่ะลูกาส์” อุมติตีบ่นเพื่อนสนิทของเขาอย่างเหนื่อยใจ

    “นายก็พูดเกินไปนะซามู ฉันก็แค่มองเขาเฉยๆ” ดีญบอกปัดคำกล่าวหาของเพื่อนเขา

    โรคจิตอะไรกัน? แค่มองเฉยๆเอง

    “แต่นายเอาแต่มองเขาแบบนี้มาตั้งแต่เปิดเทอมแล้วนะเพื่อนถ้าอยากคุยก็เข้าไปสิ มัวรออะไร เขาไม่กัดนายหรอกน่ะ”

    จนแล้วจนรอดดีญก็ต้องละสายตาจาก คนๆนั้น แล้วหันมาพูดกับอุมตีตี

    “ฉันบอกนายไปกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่กล้า!”

    “ก็ถ้าไม่ลองจะรู้ไหมเล่า”

    “นายดูด้วยว่าคนรายล้อมเขาเยอะขนาดไหน ฉันจะหาโอกาสที่ไหนเข้าไปกัน” ดีญได้แต่พูดด้วยความท้อใจเล็กๆ

    เดนิสซัวเรซ นักเรียนเกรด 10 ห้อง A Barcelona International School ผู้เป็นที่รักของทั้งเพื่อนนักเรียนและคุณครูแทบทุกคน รังสีความเป็นมิตรและรอยยิ้มสดใสนั้นขโมยหัวใจหนุ่มชาวฝรั่งเศสไปตั้งแต่แรกเจอ

    “ไม่กล้าพูดนักก็เขียนโน้ตเอาเถอะ” หนุ่มผิวเข้มประชดเพื่อนของเขา

    แต่ให้ตายเถอะวิธีนี้ดันไปโดนใจลูกาส์ดีญซะได้

    “ไอเดียดีมากเลยซามู ขอบใจนายมาก” ดีญตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆเป็นการขอบคุณทำเอาอุมติตีเหวอไปเลย

    ฉันประชดนายโว้ยยยยยยย เจ้าของไอเดียได้แต่พูดในใจ

    …

    และนับตั้งแต่วันนั้นมาดีญก็เพียรเขียนโน้ตไปแนบไว้ที่ล็อกเกอร์ของเดนิสทุกๆวัน

    อรุณสวัสดิ์นะเดนิสขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของนายล่ะ

    ได้ยินมาว่าเช้านี้เรียนหนักเหรอ แต่ฉันเชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถของนายแน่ๆ

    ใกล้จะสอบแล้วตั้งใจอ่านหนังสือและพักผ่อนให้มากๆนะ ฉันเป็นกำลังใจให้

    ฉันอยากมีความกล้าพอที่จะเดินเข้าไปคุยกับนายตรงๆนะแต่มันก็ประหม่าทุกที ขออย่าเพิ่งเบื่อกันไปก่อนนะ

    เป็นแบบนี้ทุกๆวันมาเกือบ 1 เดือนเต็มแล้วที่หนุ่มชาวฝรั่งเศสพยายามสื่อสารกับเจ้าของรอยยิ้มที่ขโมยหัวใจเขาไป แม้ว่าเดนิสจะไม่เคยตอบกลับเขาเลย แต่เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นตอนที่อ่านโน้ตของเขามันก็มากพอแล้ว

    เช้านี้ก็เช่นเคยที่ล็อกเกอร์ของเดนิสมีโน้ตจากบุคคลปริศนาอีกเช่นเคย

    ขอให้วันนี้เป็นวันของนายนะเดนิสยิ้มบ่อยๆนะ ฉันชอบรอยยิ้มของนาย

    “โหหหหห นี่ก็เกือบเดือนแล้วนะ หมอนี่ยังไม่แสดงตัวออกมาอีกเหรอ ใจแข็งเป็นบ้า” ปาโก อัลกาเซร์ เพื่อนสนิทของเดนิสมองอย่างตกใจไม่น้อย

    “ฉันว่ามันก็เริ่มน่ากลัวแล้วเหมือนกันนะ ถ้าวันไหนเขาเอาสารพิษป้ายกระดาษมาจะทำยังไงล่ะ” เซร์กีโร แบร์โต พูดด้วยความหวาดระแวง

    “พอเลยๆ เซร์กีนายน่ะดูซีรี่ส์มากเกินไปละนะ ถ้าเขาคิดจะทำร้ายฉันเขาคงทำไปนานแล้วล่ะ จริงไหม” เดนิสส่ายหน้าขำๆ ให้กับจินตนาการอันล้ำลึกของเซร์กี

    “ก็ฉันเป็นห่วงนายนี่นาเดนิส” เซร์กีบ่นอุบ

    “ฉันรู้น่า ขอบใจนะแต่ตอนนี้เข้าเรียนกันเถอะจะ 8 โมงครึ่งแล้ว” เดนิสตัดจบบทสนทนาแล้วดึงมือเพื่อนทั้ง 2 คนเข้าห้องเรียนไปทันที

    ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าเป็นใครกัน เดนิสคิดในใจ

    ...

    7 โมงเช้าเป็นเวลาปกติที่ดีญจะเอาโน้ตมาแนบไว้ที่ล็อกเกอร์ของเดนิส ทุกวันเจ้าตัวจะมาถึงโรงเรียนราวๆ 7 โมงครึ่งของทุกวันเดนิสจึงไม่มีทางรู้ว่าโน้ตนั้นเป็นของใคร

    จนกระทั่งวันนี้...

    “วันนี้พ่อแม่มีธุระแต่เช้าเลยมาส่งตามปกติไม่ได้นั่งรอเพื่อนๆไปก่อนนะลูกเช้านิดหน่อยไม่เป็นไรนะ” คุณแม่ของเดนิสบอกกับลูกชายของเธอ

    “ไม่เป็นไรครับแม่เดินทางดีๆนะ รักแม่ครับ” เดนิสบอกลาคุณแม่

    “รักลูกจ้ะ” คุณแม่พูดจบแล้วจึงออกรถไป

    เดนิสตรงไปยังล็อกเกอร์เก็บของของเขา แต่ยังไม่ทันจะได้เข้าไปใกล้เขาก็ดันเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเอากระดาษอะไรบางอย่างแนบไว้กับล็อกเกอร์ของเขา

    เจอแล้ว!เจ้าของโน้ตปริศนา ไหนหันหน้ามาซิว่าเป็นใคร

    ไวเท่าความคิดเมื่อลูกาส์ดีญหันหน้ามาก็ทำเดนิสแทบหัวใจหยุดเต้น

    เป็นเขาจริงๆเหรอเนี่ย 

    …

    เช้าวันต่อมาเดนิสตั้งใจออกจากบ้านแต่เช้าอีกครั้งวันนี้ล่ะต้องจับให้ได้เลย

    เมื่อมาถึงที่โรงเรียนเดนิสก็รีบหามุมซ่อนตัวทันทีกะว่าเจ้าของโน้ตมาเมื่อไหร่จะออกมาทันทีเลยคอยดูสิ!

    และไม่นานนักหนุ่มฝรั่งเศสคนเดิมก็มาทำกิจวัตรประจำวันของเขาที่ล็อกเกอร์ของเดนิสตรงนี้

    “ทำอะไรน่ะ?!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังทำเอาเขาตัวชาวาบและเมื่อหันมาเห็นเจ้าของเสียงก็แทบหัวใจหยุดเต้น

    “เป็นเจ้าของโน้ตใช่ไหมนายน่ะ” เดนิสถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    ดีญไม่กล้าสบตาเดนิสเลยเอาแต่ก้มหน้าจนแทบจะจมอกตัวเองอยู่แล้ว

    “ให้ตายสิวันหลังถ้าอยากคุยกับฉันก็เข้ามาเถอะนะลูกาส์ ฉันไม่ทำร้ายนายหรอกนะ” เดนิสว่าพลางเอามือจับไหล่คนตรงหน้า

    เดี๋ยวนะลูกาส์เหรอ เดนิสรู้จักเขางั้นเหรอ

    แค่คำว่าลูกาส์จากปากคนคนนี้ทำเอาดีญเบิกตาโตตกใจสุดขีด

    “นายนายรู้จักฉันด้วยเหรอ”

    เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นเดนิสก็หัวเราะแล้วยิ้มกว้างออกมาใช่แล้ว ยิ้มแบบนี้แหละที่ขโมยหัวใจของดีญไป

    เดนิสบขยับหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของดีญจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ก่อนจะเลื่อนไปกระซิบข้างหูของคนที่ตัวแข็งทื่อเบาๆ

    “คิดว่าแอบมองเป็นคนเดียวหรือไงกันล่ะลูกาส์นายมองมาที่ฉันได้ ฉันก็มองนายกลับไปได้เหมือนกันนั่นแหละ”

    THE END

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in